ผู้สูงอายุ (Older Adults)
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัยส่งผลต่อเท้าอย่างมีนัยสำคัญ กล้ามเนื้อเสื่อม กระดูกอ่อนตัวลง เอ็นตึง ผิวหนังแห้ง และการไหลเวียนเลือดลดลง ทั้งนี้ยังคงสามารถดูแลเท้าได้ดีและเดินได้นาน้อยด้วยการดูแลและการป้องกันที่เหมาะสม
การเปลี่ยนแปลงของเท้าตามวัย

1. กระดูกอ่อนตัวลง (Osteoporosis)
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความหนาแน่นของกระดูกลดลง โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังเข้ายุควัยชรา ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการแตกหักหรือการบาดเจ็บของกระดูกเท้า ข้อเท้า เพิ่มขึ้น
2. กล้ามเนื้อเสื่อม
กล้ามเนื้อเท้า น่อง และสะโพกอ่อนแรงลง ทำให้สมดุลและการเดินไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการล้มหกล้ม
3. การเปลี่ยนแปลงของรูปเท้า
เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นที่รองรับอุ้งเท้าผ่อนคลายลง อุ้งเท้าจึงบานลง ปลายเท้ากว้างขึ้น และนิ้วเท้ามักเกิดความผิดรูป เช่น นิ้วปีนหรือกระดูกโปน
4. ผิวหนังแห้งและหนาคร่ำ
ผิวหนังเท้าแห้งมากขึ้น อาจเกิดรอยแตกเท้า หนังหนา และแพครั้น หากขูดหรือแกะจึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
5. ปัญหาหลอดเลือด
การไหลเวียนเลือดลดลง เท้าอาจเย็นหรือมีสีซีดกว่า แผลหายช้า ความเสี่ยงต่อเหงื่อมีกลิ่นเพิ่มขึ้น
ปัญหาเท้าที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
- ปวดส้นเท้า (Heel Pain)
- ปวดเท้าโดยทั่วไป
- นิ้วปีนและกระดูกโปน
- เล็บหนาและรูปร่างแปลก
- หนังหนา ตาปลา
- แผลกดทับ
- รอยแตกเท้า
- ความเสี่ยงสูงต่อการล้มหกล้ม
แนวทางการดูแลเท้า
1. การใส่รองเท้า
- เลือกรองเท้าที่หลวมพอ ไม่บีบนิ้วเท้า ข้อเท้า
- รองเท้าต้องมีพื้นรองรับดี แผ่นรองลดแรงกด
- พื้นรองเท้ากันลื่น เพื่อป้องกันการหกล้ม
- หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง หรือพื้นเรียบเกินไป
- ใช้แผ่นรองเท้า ถ้าหากมีอาการปวด
2. การดูแลผิวเท้า
- ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนทุกวัน
- เช็ดให้แห้งอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะระหว่างนิ้วเท้า
- ทาครีมบำรุงเท้าเมื่อยังชื้นเพื่อให้ผิวเนียนนุ่ม
- ทรีมเล็บเท้าให้ตรง ไม่ให้ยาวหรือสั้นเกินไป
- หากหนังหนา ให้เขี่ยหรือใช้ครีมละลาย แต่ห้ามแกะให้แผลโปะ
3. บริหารกล้ามเนื้อเท้า
- เดินสม่ำเสมอ 30 นาทีต่อวัน เพื่อเสริมกล้ามเนื้อและสมดุล
- บริหารขาและเท้า เพื่อรักษาความยืดหยุ่น
- ฝึกวิธียืนและการเดิน ด้วยการใช้ที่จับเพื่อเพิ่มสมดุล
- บริหารการสมดุล เช่น ยืนบนเท้าข้างเดียว ยืนบนกำแพง
4. ป้องกันการหกล้ม
- บ้านต้องมีแสงสว่างเพียงพอ บันไดมีราวจับ
- เอาเสื่อและของกีดขวาง ออกจากพื้น
- สวมรองเท้าเสมอ แม้ในบ้าน
- หลีกเลี่ยงการเดินบนพื้นเปียก
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
- เท้าหรือนิ้วเท้ามีสีแปลก แดง บวม หรือร้อน
- มีแผล บาดเจ็บ หรือเป็นแผลเนื้อหาย
- ปวดเท้าหรือข้อเท้าที่ลดไม่ลงด้วยการพักผ่อน
- ปวดเมื่อมาตัว หรือการเดินเปลี่ยนแปลง
- เป็นผู้ป่วยเบาหวาน ควรตรวจเท้าปีละ 1 ครั้ง