ภาวะเท้าแบน (Flat Foot / Flat Arch)
ภาวะเท้าแบน คือภาวะที่อุ้งเท้าแบนราบ ไม่มีส่วนโค้งเว้าตามปกติ ทำให้ฝ่าเท้าส่วนใหญ่หรือทั้งหมดสัมผัสพื้นเมื่อยืนหรือเดิน ซึ่งส่งผลต่อการกระจายน้ำหนักและกลไกการเดินในระยะยาว
ชนิดของภาวะเท้าแบน
ภาวะเท้าแบนแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ตามช่วงเวลาที่เกิดและลักษณะของโครงสร้างเท้า
1. เท้าแบนแต่กำเนิด
มักพบตั้งแต่วัยเด็ก บางรายเป็นภาวะเท้าแบนแบบยืดหยุ่นซึ่งยังขยับเท้าได้ตามปกติ แต่อีกบางรายอาจเป็นแบบติดแข็งจากความผิดปกติของกระดูกและข้อภายในเท้าตั้งแต่กำเนิด
2. เท้าแบนภายหลัง
มักพบในผู้ใหญ่ที่อุ้งเท้าค่อย ๆ ยุบลงตามเวลา โดยสัมพันธ์กับการเสื่อมของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า ข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบเรื้อรัง หรือความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและข้อเท้า
สาเหตุของภาวะเท้าแบน
1. โครงสร้างและความยืดหยุ่นแต่กำเนิด
เท้าแบนบางรายเกิดจากลักษณะของอุ้งเท้าเด็กที่มีเนื้อเยื่ออ่อนหรือไขมันสะสมมาก รวมถึงความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นที่มากเกินไปในเด็กที่มีกายวิภาคเสี่ยงต่อการเกิดเท้าแบน ขณะที่เท้าแบนแบบติดแข็งมักสัมพันธ์กับความผิดปกติของกระดูกและข้อภายในเท้าตั้งแต่กำเนิด
2. เส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้าและข้อเสื่อม
ในผู้ใหญ่ ภาวะเท้าแบนมักเกิดจากการเสื่อมของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า ภาวะข้อเสื่อม หรือเส้นเอ็นเสื่อมจากโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น โรคทางรูมาติสซั่ม ทำให้อุ้งเท้าค่อย ๆ ยุบลงและสูญเสียความมั่นคง
3. ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
ความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในเท้าและข้อเท้า รวมถึงปัญหาจากเส้นประสาทกดทับ สามารถรบกวนสมดุลของแรงดึงรอบเท้า ส่งผลให้แนวข้อเท้าและอุ้งเท้าเปลี่ยนไปจนเกิดภาวะเท้าแบนได้
อาการภาวะเท้าแบน
- ภาวะเท้าแบนในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการหรือมีอาการเฉพาะหลังเดินหรือยืนเป็นเวลานาน แต่เมื่อโรคมีความรุนแรงมากขึ้น อาการเจ็บมักเป็นมากขึ้นรอบ ๆ ข้อเท้าและอุ้งเท้า
- เมื่อภาวะมีความรุนแรงมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการปวดอุ้งเท้า ปวดส้นเท้าเมื่อยืนนาน เมื่อยล้าเท้าง่าย บวมบริเวณด้านในข้อเท้า และรู้สึกว่ารูปเท้าหรือแนวการเดินเปลี่ยนไปจากเดิม
เมื่อไหร่ควรพบผู้เชี่ยวชาญ
หากพบอาการสำคัญต่อไปนี้ร่วมกับภาวะเท้าแบน ควรเข้ารับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม
- เจ็บอุ้งเท้าและส้นเท้า แม้สวมใส่รองเท้าที่รองรับเท้าได้ดีและนุ่มสบายแล้ว
- ฝ่าเท้าด้านในบวมขึ้น มีการอักเสบบวมแดงตามเส้นเอ็นรอบ ๆ ข้อเท้า
- ทรงตัวลำบาก ยืนเขย่งขาไม่ได้ หรือเดินขึ้นลงบันไดลำบาก
- ไม่สามารถสวมใส่รองเท้าที่เคยใส่ได้ หรืออุ้งเท้าแบนมากยิ่งขึ้น
- รู้สึกชาฝ่าเท้า หรือเส้นเอ็นนิ้วเท้าอ่อนแรงหรือผิดรูปมากขึ้น
การประเมินเท้าเบื้องต้นด้วยตนเอง
ผู้ป่วยสามารถประเมินภาวะเท้าแบนเบื้องต้นด้วยตนเองจากการสังเกตรอยเท้าและวิธีลงน้ำหนักของเท้าขณะยืนบนพื้นเรียบ
รอยเท้า
หากรอยเท้าที่เปียกน้ำและวางบนพื้นแห้งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ช่วงกลางฝ่าเท้าสัมผัสพื้นมากกว่าปกติ หรือแทบไม่มีส่วนโค้งเว้าบริเวณอุ้งเท้า ก็อาจมีแนวโน้มภาวะเท้าแบน

วิธีทดสอบ
วิธีทดสอบเบื้องต้นด้วยตัวเอง
เหยียบเท้าในน้ำแล้ววางบนพื้นแห้ง เช่น กระดาษสีเข้ม สังเกตรอยเท้าที่ปรากฏ
✓ รอยเท้าปกติ: จะเห็นส่วนโค้งเว้าตรงกลาง
⚠ รอยเท้าแบน: ฝ่าเท้าติดพื้นเกือบทั้งหมด ไม่มีส่วนโค้ง
แนวข้อเท้าในภาวะอุ้งเท้าแบน

การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ
การตรวจร่างกาย
เมื่อเข้ารับการประเมิน ผู้เชี่ยวชาญอาจทำการตรวจร่างกาย เพื่อดูตำแหน่งที่กดเจ็บ แนวกระดูกของเท้าและข้อเท้า รวมถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบข้อเท้า
X-ray / CT / MRI
ในบางกรณี อาจมีการประเมินเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือทางภาพถ่าย เพื่อช่วยให้เห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนขึ้น เช่น
- การเอกซเรย์ (X-ray)
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)
- เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
* การตรวจเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละราย
การรักษาภาวะเท้าแบน
การรักษาภาวะเท้าแบนส่วนใหญ่สามารถรักษาด้วยการไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงและสาเหตุของโรค
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
- ใช้แผ่นรองเท้า กายอุปกรณ์ต่าง ๆ และอุปกรณ์พยุงข้อเท้า
- กายภาพบำบัด เน้นการยืดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะเอ็นร้อยหวาย
- ลดการอักเสบของเส้นเอ็นด้วยเครื่องเลเซอร์หรืออัลตราซาวนด์
- รับประทานยาแก้อักเสบตามคำแนะนำแพทย์
การรักษาโดยการผ่าตัด
ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีข้างต้น การผ่าตัดอาจมีความจำเป็นเพื่อจัดแนวกระดูกหรือเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเอ็นพยุงอุ้งเท้า เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดิน วิ่ง รวมถึงออกกำลังกายได้ตามปกติ